ตอนที่ 49 ~เริ่มการประชุมเพื่อการพัฒนาครั้งที่1~
「แค่นี้ก็เรียบร้อย」
ในที่สุดก็ตีดาบสั้นของเดโวล่า------ที่สภาพดูเป็นบังตอหนาและหนักเสร็จเรียบร้อย
ใบดาบที่ใส่อยู่ในปลอกดาบหนังมังกรมีการสลักลวดลายไว้อย่างประณีต
ถ้าอยู่ในปลอกเฉยๆอาจดูเถื่อนแต่พอชักออกมาจะเห็นใบดาบเงินสว่างเปล่งประกาย
มีการสลักลวดลายงามสง่าราวกับเป็นงานศิลป์
และเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดอันนี้ก็ลงตราประทับไม่เสื่อมสลาย
ด้ามจับเป็นไม้ที่ขัดเป็นอย่างดีจนแวววาว
ภายนอกดูเถื่อนแต่ภายในงดงามให้ความรู้สึกเข้ากับเดโวล่าเป็นอย่างดี
ที่สร้างต่อจากฟลามก็เป็นดาบสั้นของเทน่าซึ่งมีฟังชั่นเป็นตัวนำเวท
และสลักตราประทับชำระล้างที่รักษาบาดแผลให้กับเป้าหมายที่สัมผัสเมื่อดาบอยู่ในฝัก
แน่นอนว่าหากชักออกจากฝักก็สามารถใช้ฟันได้ตามปกติ
เหตุผลที่ทำไมไม่แสดงประสิทธิภาพถ้าไม่ใส่ในฝักดาบก็ง่ายๆ
เพราะแค่สลักตราประทับเวทที่ด้ามไม่ก็ใบดาบมันยังโชว์ฝีมือของชั้นไม่มากพอน่ะสิ
ดาบของเทน่าฝักดาบเองก็มีมิธริลตกแต่งไว้จึงสามารถสลักตราประทับเวทได้
เพราะงั้นเมื่อเก็บเข้าฝักตราประทับเวทของฝักดาบกับด้ามดาบ
จะผสานกันทำให้สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้
ตราประทับเวทนี้ใกล้เคียงกับรูปแบบของเทคนิค『ตราประทับลับ』
ที่ผู้บัญชาการทวานิกของกองอัศวินครอสโรดใช้ในการสะกดรอยชั้น
จะว่าตราประทับลับก็คือตราประทับเวทที่ดัดแปลงมาก็ได้
ตราประทับเวทนั้นจากที่เคยตรวจสอบมาดูเหมือนจะเป็นของที่ล้าสมัยมาก
ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเดิมทีแค่โครงสร้างผิดเล็กน้อยหรือมีจุดเสียหายก็ใช้ไม่ได้แล้ว
ตรงส่วนนี้อาจเรียกว่าคล้ายกับการเขียนโปรแกรมก็โลกเดิมก็ว่าได้
แค่ตัวตราประทับก็ซับซ้อนพอแล้วการแกะสลักยังต้องละเอียดอ่อนอีก
การจะทำได้อย่างชำนาญไม่ใช่แค่ต้องมีความรู้ยังต้องมีฝีมือช่างสูงอีกด้วย
จึงเป็นเทคนิคที่สูญหายไปตามกาลเวลา
หากมีอุปกรณ์เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงคงไม่สูญหายไปตามกาลเวลาหรอก
ในกรณีของชั้นเพราะมีตีเหล็กLv5กับสเตตัสที่เฟ้อจึงสามารถทำได้
ก็ดูสิค้อนที่ตีด้วยความเร็วสูงจนเครื่องจักรตีเหล็กยังอายนี่น่ะ
เป็นระดับที่มาลเห็นยังพูดว่า『การเคลื่อนไหวของมือน่าขนลุกจังค่ะ』เลยล่ะ!
อึก เหงื่อมันออกจากตา
อื้ม เลิกคุยนอกเรื่องมาต่อที่ดาบอื่นๆกันเถอะ
ส่วนดาบสั้นของคุสุฮะทำออกมาได้ยากที่สุด
ด้านดีไซน์ตัดสินใจได้ทันทีว่าให้เป็นดาบป้องกันตัวที่ไม่มีกำบังดาบ
แต่ที่คิดไม่ออกคือจะใส่ประสิทธิภาพอะไรเข้าไปนี่สิ
สุดท้ายก็ให้มีฟังชั่นตัวนำเวทกับฟังชั่นที่หากเก็บดาบอยู่และใส่พลังเวทเข้าไป
จะสร้างบาเรียที่มีพลังแข็งแกร่งออกมาแม้จะกินพลังเวทมากแต่ก็แข็งแรง
คุสุฮะเองมีพลังเวทสูงอยู่แล้วสามารถใช้ได้แน่
เด็กสาวแกะคาเรนกับจิ้งจอกเชอรี่มีฟังชั่นเหมือนกันแต่ดีไซน์ต่างกัน
คาเรนเป็นดาบสั้นปกติ เชอรี่เป็นแบบคล้ายกับของคุสุฮะ
ทั้งสองคนใช้เวทกันเพราะงั้นจึงตั้งเป้าให้เป็นตัวนำเวทที่มีประสิทธิภาพที่สุด
เลยใช้คริสตัลที่หลอมมาเป็นอย่างดีทำเป็นไส้ด้ามจับกับของประดับตกแต่ง
ด้วยเหตุนี้แม้ใช้พลังเวทเล็กน้อยก็แสดงพลังออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ
จากการทดสอบFire boltกลายเป็นFire laserไปเลย
ถึงได้รู้ตัวว่าทำของอันตรายออกมาซะแล้วเพราะงั้นตอนที่ใช้เจ้านี่ครั้งแรก
ชั้นตั้งมั่นเลยว่าต้องคอยกำกับอยู่ข้างๆให้ได้
ที่เหลือก็ชีตันกับเมลเคีย
ชีตันไม่มีอิมเมจว่าจะไปสู้กับใครสักนิดเพราะงั้นจึงยากไปคนละแบบกันคุสุฮะ
สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาเป็นตราประทับไม่เสื่อมสลายที่ไม่ต้องยุ่งยากมาก
ดีไซน์ก็เป็นดาบสั้นสองคมธรรมดา ด้านนึงเป็นดาบคมกริบ อีกด้านเป็นฟันเลื่อย
หากหั่นของที่นุ่มอย่างเนื้อก็ใช้ด้านคม หากเป็นกระดูกหรือเส้นเอ็นหรือกิ่งไม้ก็ใช้เลื่อย
เรียกว่าสารพัดประโยชน์ใช้ได้สองอย่างในอันเดียว
ก็นะ ถึงพูดซะหรูเลิศแต่จะใช้ด้านไหนมันก็หั่นได้เหมือนดาบเหล็กธรรมดานั่นแหละ
ไร้ความหมายสิ้นดี มีดีแค่ดีไซน์เท่านั้นเอง
ดาบสั้นของเมลเคียว่าง่ายๆก็ประสิทธิภาพดีขึ้นมาอีกขั้นจากของมาล
ประสิทธิธาตุลม ลดน้ำหนักดาบสั้น เพิ่มความว่องไวผู้ใช้และเป็นตัวนำเวท
เพราะเป็นของที่ทำทีหลังจึงช่วยไม่ได้ที่คุณภาพจะพัฒนากว่าของเดิม
ทว่าของอย่างนี้ไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพมันสำคัญที่ลำดับกับรายละเอียดต่างหาก
ต่อให้ประสิทธิภาพจะที่โหล่แต่มาลก็เป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว
แต่ก็นะ ดาบสั้นมิธริลที่ให้มาลไปก็ตีใหม่มาแล้วรอบนึง
ถ้ามาลงอแงจะตีใหม่ให้อีกรอบก็ได้ ตีใหม่ไปรอบแล้วจะตีอีกก็ไม่ต่างกันหรอก
「แหม ไม่ได้ทำมานานเหนื่อยเหมือนกันแฮะ」
หมุนไหล่ดังกร็อบๆพลางเก็บดาบเข้าฝักแล้วโยนเข้าช่องเก็บของ
ที่เหลือก็หาจังหวะเหมาะๆเอาให้ ลำดับแรกเลยก็ฟลามกับเทน่าล่ะนะ
อา ทำไมรู้สึกกดดันชะมัด หรือว่านี่คือความกังวลก่อนแต่งที่ร่ำลือกัน
☆★☆
「ฟลามขอโทษทีนะที่ช้าไปหน่อย เทน่าเองก็ช่วยรับไว้ที
ว่าไงดีล่ะ เป็นความรู้สึกหรือความจริงใจของชั้นอะไรทำนองนี้」
เรียกพวกมาลที่กลับมาในช่วงบ่ายพามาที่ห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์
แล้วมอบดาบสั้นมิธริลที่ตีขึ้นเมื่อเช้าให้ฟลามกับเทน่า
ของอย่างบรรยากาศอะไรนั่นไม่สนแม้แต่นิด พอถึงห้องนั่งเล่นก็เอาให้ทันที
ก็แบบ ในเวลาแบบนี้มันไม่รู้นี่นาว่าควรพูดอะไรหรือทำหน้ายังไงดี
「.........ขอบคุณมากค่ะ」
「คุณคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ」
ทั้งฟลามและเทน่าต่างกล่าวกันออกมา
ฟลามร้องไห้นิดๆด้วยความยินดี เทน่ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขเต็มใบหน้า
「เอ่อ เอาเป็นว่านั่งลงกันก่อนเถอะ」
พูดไปราวๆนั้นแล้วนั่งลงพลางเรียกเมเบลให้เตรียมชา
「ให้จนได้นะคะ นี่คิดว่าลืมแล้วนะเนี่ย」
มาลยักไหล่พลางทำสีหน้าประมาณไม่ไหวๆ ขอโทษด้วยครับที่ลืม
ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ยังไม่คุ้นกับธรรมเนียมของทางนี้เลย
「เคยมีบอกให้คุณฟลามพกดาบไว้ป้องกันตัวถูกมั้ยคะ?
ก็คิดว่าน่าจะให้เป็นดาบมิธริลไปเลยแท้ๆ แถมหลังจากนั้นก็ไม่มีวี่แววจะให้อีกด้วย」
「ท่านมาล ไม่เป็นไรหรอกค่ะ」
「มุ.........ก็จริงอยู่ที่คุณไทจิมีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับคุณฟลาม
แต่ถึงจุดยืนในฐานะเจ้านายจะดูเป็นการบังคับกันแต่ยังไงก็ควรมอบให้เรียบร้อยสิคะ」
「ท่านมาล」
「ค่าค่าเข้าใจแล้ว--------」
มาลบ่นอุบอิบกับการห้ามปราบของฟลาม
ว่าแต่เหงื่อที่หลังชักไหลใหญ่แล้วสิ
บอกไม่ได้ ที่ว่ามาไม่ได้เก็บมาคิดในหัวสักนิดนี่บอกไม่ได้แน่นอน
เก็บมันให้มิดจนวันตายเลย ขืนรู้เข้าได้โดนดาบที่ให้ไปเมื่อกี้กระซวกแน่
「พักเสร็จแล้วก็ไปหาคุสุฮะกันเถอะ เกี่ยวกับรายละเอียดการสำรวจ
ไว้ไปหาคุสุฮะแล้วไปหมู่บ้านมนุษย์สัตว์ค่อยพูดคุยกัน」
「นั่นสินะคะ อธิบายรอบเดียวไปเลยดีกว่า」
☆★☆
「หืม? วุ่นวายจังเลยนะ แต่เอาเถอะในเมื่อให้เครื่องบรรณาการมาก็สมควรรับไว้
อื้ม เป็นของที่สวยไม่เลวเลยนี่นา」
ถึงปากจะบอกอย่างนั้นแต่ก็ดีใจจนปิดไม่มิดเลยนะคุณสาวพรมจรรย์500ปี
เอ้า ขาหลังสองข้างโดดสกิบดีใจใหญ่แล้วนั่น ไหนจะรอยยิ้มมุมปากที่หลุดมาอีก
「เพราะปากไม่ตรงกับใจแบบนี้ถึงได้โสดมา500ปีแบบนี้ไงคะ」
「ยัยหนูปากคอเราะร้ายน่าดูจังนะ」
ประโยคเดียวของมาลทำเอามุมปากคุสุฮะเบี้ยวไปเลย
สำหรับชั้นมองออกง่ายแบบนี้กลับดูน่ารักดีออก
「เอ้า คุณไทจิไปกันต่อเถอะค่ะ ต่อไปต่อไป!」
มาลรู้สึกอารมส์ไม่ดียังไงไม่รู้สิ
☆★☆
「เวลคั่ม」
ด้วยการรีบเร่งของมาลที่อารมส์ไม่ดีพวกเราเลยรีบออกจากชุมชนอัลเคเนีย
มาหมู่บ้านมนุษย์สัตว์โดยมีคาเรนที่ตาปรือเหมือนอย่างเคยรอต้อนรับ
ทว่าคำถามคือสภาพที่รอรับนี่สิ
มีของคล้ายกับนั่นน่ะ เก้าอี้สูงที่มีบันไดพาดที่ไลพ์การ์ดใช้สอดส่องผู้คนตามหาดทราย
ดูเหมือนว่าจะใช้เวทดินสร้างขึ้นมานั่งรอต้อนรับ
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นกลางถนนปากทางหมู่บ้านด้วย
ขายาวเรียวที่โผล่พ้นจากชายชุดวันพีชที่ไม่ได้ยาวมากดูเงางามอย่างน่าพิศวง
แต่นี่พึ่งจะรู้แฮะว่ามีขาเป็นกีบ
หน้าคน เขาแกะ มือคน ตั้งแต่ข้อเท้าลงไปเป็นกีบ……….
แม้การตัดสินจะต่างกันไปแต่ชั้นตีว่ามีระดับความเคโมะอยู่2.5ถึง3
แล้วสายตาก็ไล่ดูจากขากีบที่เข้ากันได้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ
เลื่อนขึ้นไปยังต้นขา แล้วก็เลื่อนลึกเข้าไป..............
เฮ้ย!?
「เดี๋ยว ใจเย็นไว้ นี่มันเป็นกับดักของขงเบ้ง」
「เป็นโลลิค่อนจริงด้วย!」
「ไม่ใช่โลลิค่อนสักหน่อย!ถึงจะชอบโลลิก็เถอะ!」
「ที่ตอบกลับมาแบบนี้เพราะอีกฝ่ายเป็นพวกเรามากกว่าค่ะ」
「ขอแค่ตั้งท้องได้จะอายุเท่าไรก็ไม่สนสินะ」
「สาวโสด500ปียืนยันเองแบบนี้ไม่ผิดแน่ค่ะ!」
「ดีล่ะ จะชวนทะเลาะก็เข้ามาเลยยัยหนู!」
ยุ่งเหยิงของแท้ คาเรนที่มีแค่ตาที่ยังปรือยิ้มอย่างมีเลศนัยมองลงมาที่ชั้น
ฟลามที่ข้างๆชั้นพยักหน้าอย่างจริงจัง เทน่ายิ้มแย้มพลางหยิกสีข้างชั้น
มาลกับคุสุฮะก็ส่งเสียงประหลาดดังแฮ่แล้วเริ่มคว้ามือกัน
ว่าแต่คุณเทน่าครับคือมันเจ็บช่วยอย่าหยิกค้างโดยไม่พูดอะไรสิ
「อะไรกันอีกล่ะเนี่ย」
ไม่นานนักโซนก็ปรากฏตัวออกมาด้วยเสียงเอือมระอา
ระดับความเคโมะของหมอนี่คือ5 ขนฟูฟ่องทั้งตัวหน้าเป็นหมา--------ป่าตามเจ้าตัวบอก
มีส่วนที่เหมือนคนอยู่แค่เส้นผม
แล้วด้วยแขนขาที่เป็นแบบสัตว์ ไม่ว่ามองยังไงก็เหมือนหมา-------ป่าเดินสี่ขาอยู่ดี
「อะไรฟะ จ้องอยู่ได้」
「นายนี่สมเป็นหมาจังนะ」
「หมาป่าเฟ้ย!」
แยกเขี้ยวขู่ด้วยความโมโหเหมือนอย่างเคยเลยยัดเนื้อติดกระดูกเข้าปากซะ
แบบว่าล้มหงายหลังตาเหลือกไปเลยแฮะแต่ช่างมันเถอะ
อ้าว คุณเทน่าทำไมถึงทำหน้าแบบอยากได้บ้างล่ะ พึ่งกินข้าวเที่ยงมาเองไม่ใช่เหรอ
แต่แม้กระนั้นก็ยังหยิกสีข้างไม่ยอมปล่อยเลยหยิบเนื้อตากแห้งมาแล้วอ้ามให้เทน่า
แบบว่าเคี้ยวงั่มๆอย่างมีความสุขจังแล้วสีข้างที่หยิกอยู่ก็ปล่อยจนได้ สำเร็จ
ว่าแต่เทน่านี่เป็นคาแรคเตอร์สายนักกินงั้นเหรอ
ไม่สิ คงแค่สนใจอาหารเถื่อนๆอย่างเนื้อติดกระดูกหรือเนื้อตากแห้งเท่านั้นมั้ง
แบบพวกชอบจังค์ฟู้ดอะไรทำนองนี้
หืม อย่างนี้ต้องให้เทน่าออกกำลังกายบ้างแล้วสิ
ไม่สิ ไม่ใช่เด็กแล้วคงตั้งลิมิตได้ด้วยตัวเองแหละ..........
ไม่สิ หากคิดตามอายุท่าจะไม่ดีมั้ง?
เอ๋? แล้วอายุเทน่าอายุเท่าไรเหรอ?
ให้ถามอายุเทน่ามันเสียมารยาทไม่ใช่เหรอฮะฮะฮะ..........ยังไงก็อ่อนกว่าชั้นแหละ
ยิ่งหากคิดตามอายุเดิมของชั้นนี่ได้กลิ่นอันตรายมาก
คาเรน เชอรี่ ชีตัน? อื้ม นั่นระดับอาชญากรรมเลยล่ะ
ทว่าแค่ไม่ไปแตะต้องก็พอด้วยความแน่วแน่ดุจเหล็กกล้าของชั้น
ถึงรู้สึกว่ามันจะเปราะบางดุจเต้าหู้ก็เถอะ
「แล้วก็ฤดูของฉันมาเมื่อครึ่งปีก่อนแล้ว จะทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีเลย」
「ไม่ได้ค่ะ!คนแรกยังไงก็ต้องเป็นฉัน!」
「ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับพรจากฟ้า จะได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับโชคจริงมั้ย?」
「ฉันกับฟลามกับเทน่าแค่ใช้เวทมนตร์หยุดไว้เท่านั้นเองค่ะ!」
แน่นอนว่าใช้กำลังปลุกปล้ำกับมาลตรงๆต่อให้เป็นคุสุฮะก็ไม่ไหวอยู่แล้ว
เลยใช้ด้ายมัดห่อแขวนไว้ที่ประตูทางเข้าหมู่บ้าน
ซีนคุณมาลพ่ายแพ้นี่หายากนะเนี่ย
จะว่าไปก็ลืมสนิทดเลยว่าพวกมาลลงเวทคุมกำเนิดกันไว้
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีประจำเดือนและไม่ต้องห่วงเรื่องตั้งครรภ์
แม้จะเป็นเวทที่แพร่หลายกันมากในเขตที่มีอารยธรรมอย่างเมืองหรือหมู่บ้าน
กลับกันผู้ที่อาศัยอยู่ในจุดที่ไม่บุกเบิกอารยธรรมเข้าไม่ถึง
อย่างเชอรี่ คาเรนหรือคุสุฮะจึงไม่ได้ใช้กัน
ว่าแต่เวทที่ว่านั้นมันจะใช้ได้ผลกับคุสุฮะรึเปล่าหว่า?
ยังไงก็ตามแต่ในเมื่อเป็นขุนนางที่ได้รับดินแดนมาก็ต้องมีปัญหาเรื่องการสืบทอด
หากภรรยาคนอื่นมีเด็กออกมาก่อนมาลที่เป็นภรรยาคนแรกคงไม่ค่อยเหมาะนัก
ก็มั่นใจว่าเลี้ยงได้อยู่หรอกแต่อยู่ๆบอกให้เตรียมใจรับเรื่องเด็กนี่มันก็.............
ถึงปกติทำได้ก็ต้องเตรียมใจไว้แต่เพราะมีเวทสะดวกสบายแบบนั้นเลยลืมสนิท
ตอนที่ทำกับมาลครั้งแรกก็เตรียมใจไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ
แต่หลังจากนั้นพอรู้ถึงตัวตนของเวทคุมกำเนิดก็โล่งใจอย่างแรง
「งั้นก็ไปถอนออกซะสิ ไม่งั้นพวกเราจะชิงตั้งครรภ์ก่อนล่ะนะ」
ขณะที่ชั้นกำลังกลัดกลุ้มอยู่คุสุฮะก็ทำหน้าสบายใจแหย่มาลเข้าไปอีก
「ฟุฟุฟุ พูดอย่างนั้นเตรียมใจไว้ดีแล้วเหรอคะ?
คุณไทจิน่ะต่อให้เป็นครั้งแรกก็ไม่สนจะจัดให้ไม่ต่ำกว่าห้าอุบอุบ」
「หยุดทีเถอะ ขอร้องล่ะหยุดที」
ปิดปากของมาลที่ทำท่าจะแฉทุกอย่างแบบหมดเปลือก เปิดเผยขนาดนั้นคิดได้ไงเนี่ย
ก็นะ รวมถึงมาลด้วยต่อจากนี้ไปไม่จำเป็นต้องพาภรรยาออกไปผจญภัย
ให้เจอเรื่องอันตรายก็ได้ เพราะมีตำแหน่ง ที่ดิน เงิน เส้นสาย พลังพร้อมสรรพแล้วนี่นา
เหลือแค่ทำสภาพแวดล้อมให้ใช้ชีวิตได้สบายๆคอยปกป้องพวกพ้องจากศัตรูภายนอก
มีเด็กจากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเฉื่อยไปก็ไม่มีปัญหา
ผจญภัยกับท่องเที่ยวไว้ทำตอนเวลาที่อยากอยู่คนเดียวก็พอ
เวทวาร์ปเองก็มีจะผจญภัยไปเช้าเย็นกลับยังได้เลย
「หยอกล้อกันพอแล้ว ไปจัดการอะไรให้เสร็จๆเถอะ」
เพื่อการนั้นก่อนอื่นก็ต้องสร้างฐานให้เรียบร้อย
☆★☆
「เอาล่ะ ถ้างั้นก็ขอเริ่มการประชุมเพื่อการอพยพและพัฒนาดินแดนใหม่ครั้งที่1
พิธีกรดำเนินการคือฉันมาลเองค่า!ขอเสียงปรบมือหน่อย!」
แม้จู่ๆจะถูกบอกให้ปรบมือแต่ก็ปรบได้อย่างพร้อมเพรียงกันอย่างคาดไม่ถึง
สถานที่คือลานกว้างใกล้กับที่เก็บเสบียงของหมู่บ้านเหมือนคราวก่อน
ใช้การเลื่อนโต๊ะไม้อย่างง่ายมาชิดกันเป็นโต๊ะใหญ่
ที่อยู่ตรงนี้มีชั้น มาล คุสุฮะ โซน ม้ากับหมี เอ้ย ยามาโตะกับว่าที่ภรรยาเดโวล่า
แล้วก็บรรดาแกนนำของหมู่บ้านมนุษย์สัตว์อื่นๆนั่งอยู่ตรงโต๊ะ
นอกจากชาวบ้านที่ผละจากงานมาไม่ได้ชาวบ้านคนอื่นๆรวมถึง
คาเรน เชอรี่ เทน่า ฟลามมาอยู่กันที่ลานกว้างตรงนี้หมด
อย่างว่าแหละมันเกี่ยวพันถึงวีถีชีวิตของตัวเองในอนาคตก็ต้องสนใจกันมากอยู่แล้ว
「ก่อนอื่นก็สภาพการณ์ในปัจจุบันนะคะ จากการรายงานของคุณไทจิ
เมื่อวานได้จัดเตรียมพื้นที่จำนวนหนึ่งสำเร็จ เดิมทีเป็นพื้นที่ๆมีคนตายอยู่ทั่ว
แต่คุณไทจิได้กำจัดและชำระล้างพื้นที่เรียบร้อยซึ่งตอนนี้ก็ได้กางบาเรียต้านปีศาจ
อย่างง่ายจนเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้วค่ะ」
「แล้วมันกว้างสักเท่าไรล่ะ?」
「เพราะพึ่งจะเมื่อวานจึงยังไม่ได้วัดขนาดอย่างชัดเจนแต่ตามที่คุณไทจิเล่ามา
เป็นพื้นที่ว่างใหญ่เท่ากับเมืองครอสโรด ซึ่งประชากรเมืองครอสโรดมีอยู่กว่าหมื่นคน
ต่อให้หมู่บ้านนี้กับชุมชนอัลเคนเนียย้ายไปกันทุกคน
รวมถึงให้พื้นที่ทำเกษตรกรรมด้วยก็ยังมีที่ว่างเหลือเฟือค่ะ」
มาลตอบคำถามของโซนได้อย่างไม่มีสะดุด
จำนวนที่แน่นอนไม่รู้แต่หมู่บ้านมนุษย์สัตว์รวมกับชุมชนอัลเคเนีย
จะถึง200คนรึเปล่าก็ไม่รู้ ต่อให้แถมพื้นที่เกษตรกรรมต่างหาก
ก็ยังกว้างเหลือเฟือสำหรับพื้นที่ๆคนสามารถอยู่ได้ถึงหมื่นคน
「แล้วมีแหล่งน้ำอยู่มั้ย? เห็นพูดว่าอยู่กลางทะเลป่านี่นา」
「ที่จริงจะขุดเอาก็ได้แต่วางแผนไว้ว่าจะใช้ลูกแก้วมังกรงูที่ได้จากทะเลป่า
สร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ให้กำเนิดน้ำแทนน่ะ เริ่มแรกอาจทำแค่สำหรับบ่อน้ำ
แต่จุดหมายคือให้อุปกรณ์เวทที่ว่าจ่ายน้ำประปาและการเกษตรอย่างทั่วถึง」
พูดไปพลางหยิบลูกแก้วมังกรงูจากช่องเก็บของออกมาชูให้ทุกคนได้เห็น
แล้วก็ได้ยินเสียงโห่ร้องชื่นชมกันออกมา ฟุฟุ เห็นถึงความยิ่งใหญ่รึยัง
「ไง เจ๋งมั้ยล่ะ?」
「สุดยอด สุดยอดไปเลย!เป็นไอเท็มสุดวิเศษที่มีพลังเวทเอ่อล้นอย่างกับน้ำพุแน่ะ!
ถ้าเจ้านี่เป็นพลังขับเคลื่อนล่ะก็สามารถสร้างอุปกรณ์กึ่งนิรันดร์ในฝันได้แน่!」
สื่อกันไปคนละเรื่องเลย ตัวอุปกรณ์เวทมนตร์น่ะแค่มีฝืมือใครก็สร้างได้
แต่เอามาได้สำเร็จต่างหากที่สุดยอด คิดว่าจะตะลึงตรงจุดนี้ซะอีก
「ค่ะ เรื่องแหล่งน้ำก็อย่างที่ว่าไป ต่อไปเป็นกำหนดการคร่าวๆต่อจากนี้-------」
มาลปล่อยชั้นที่หดหู่ไปพลางเริ่มชี้แจงกำหนดการต่อจากนี้อย่างแข็งขัน
อย่างแรกก็งานเตรียมการสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวกับจัดตั้งบ่อน้ำ
เตรียมการเพื่อการพัฒนาอย่างวัดขนาดที่ดินและแบ่งเขต
สร้างอาคารบ้านเรือน กำแพง ถนน ปรับปรุงที่ดินทำไร่ จัดทำระบบสาธารณูปโภค
บุกเบิกเส้นทางค้าขายระหว่างมิสโครเนียกับคาเรนเดล ร่างกฎระเบียบต่างๆ
จัดตั้งกองกำลังรับมือเหตุร้าย เชิญชวนพ่อค้าและผู้มีความสามารถในแต่ละสาขา
ตั้งเป้าสู่การพัฒนาดินแดน
「เป้าหมายสำหรับตอนนี้คือเปิดเส้นทางการค้าระหว่างมิสโครเนียกับคาเรนเดล
ขั้นต่ำต้องทำให้ได้ถึงตรงนั้นนะคะ!」
「อ โอ้」
เท่าที่เห็นที่ตามทันก็มีแกนนำหมู่บ้านมนุษย์สัตว์อย่างยามาโตะกับพาเมล่า
แล้วที่คาดไม่ถึงอย่างเอลฟ์เสียของเมลเคีย คาเรนก็ดูพอจะเข้าใจบ้างแต่...........
มนุษย์สัตว์สายกินเนื้อไม่ค่อยจะสนใจกันเลย อย่างมาร์กนี่ไม่รู้ว่าหลับอยู่รึเปล่า
และดูเหมือนมนุษย์สัตว์สายจิ้งจอกกับทานุกิจะเข้าใจกันหมด
ฟลาม เทน่า คุสุฮะเข้าใจกันได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
「ต่อจากนั้นจะเป็นการติดต่อกับเผ่าที่มีสติปัญญาอื่นๆในทะเลป่า
ที่นั่นเองก็มีเผ่าที่มีสติปัญญาที่เรียกตัวเองว่าแอนเทอร์ซึ่งคุณไทจิได้พูดคุยด้วย
คุณคุสุฮะเล่าว่าที่นั่นไม่มีเผ่าที่มีสติปัญญาอยู่ใกล้ไม่ทราบว่ามีความเห็นยังไงบ้างคะ?」
「เราเองตั้งแต่มาอาศัยที่ทะเลป่าก็มีพวกที่ไม่มาติดต่อคบหากันเลย
อย่างที่เคยบอกไปที่นั่นมีคนตายยึดครองพื้นที่เพราะงั้นธรรมดาไม่มีคนบ้าที่ไหน
ไปเฉียดเข้าใกล้หรอก ข้อมูลที่ให้ไปก็เป็นข้อมูลที่พวกเราแลกเปลี่ยนกับเผ่าอื่นมาแล้ว
บางทีคนเหล่านั้นก็คงไม่รู้ด้วยเหมือนกัน เกี่ยวกับเรื่องที่ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงนั้น
คงได้แต่ขอโทษไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ」
「เปล่าค่ะ ไม่ได้จะโทษอะไร!แค่คิดว่ามีอะไรจะเสริมมั้ยเท่านั้นเอง
เพราะเผ่าแอนเทอร์ที่ว่านั้นได้ตรวจสอบหลายๆอย่างที่เมืองหลวงของคาเรนเดล
แต่ก็ไม่พบข้อมูลที่ใกล้เคียงเลย」
「การที่ไม่มีข้อมูลเลยสักนิดนี่อันตรายอยู่นะคะ」
พูดไปฟลามก็ขมวดคิ้ว เรื่องนั้นชั้นเองก็เห็นด้วย
ไหนจะยังเจ้าพวกนั้นเป็นมดซะด้วย........จะอยู่ร่วมกันได้รึเปล่านี่ก็น่ากังวลพอดู
「จากที่พูดคุยกันคร่าวๆก็พอเข้าใจกันได้คงเหลือแต่ลองไปพูดคุยจริงจังดู
ถ้าอยู่ร่วมกันได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้ถึงตอนนั้น--------ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ」
ชั้นเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างประเทศที่ยึดถือว่าทุกคนเท่าเทียมกันแต่อย่างใด
หากอยู่ด้วยกันได้ก็ดี สร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันก้าวเดินไปด้วยกันได้ก็ดี
ส่วนพวกที่ไม่เข้าร่วมถ้ายึดถือหลักไม่แทรกแซงกันก็แล้วไป
มาเกี่ยวข้องเพียงเพื่อผลประโยชน์ก็ไม่เป็นไร เจรจากันไปอาจเป็นมิตรกันก็ได้
พวกที่ไม่พูดคุยกันหรือพูดคุยกันแล้วลงความเห็นว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ก็แย่หน่อย
สุดโต่งขึ้นมาจะทำให้หายวับไปเลย
และชั้นตั้งใจจะให้พวกภรรยารวมถึงมาลอาศัยอยู่ในดินแดนนั้น
พวกผู้คนที่อยู่ในดินแดนเองก็เป็นพลเมืองที่ชั้นต้องปกป้อง
หากมีสิ่งที่เป็นไปได้ว่าจะก่ออันตรายแก่ผู้ที่ชั้นต้องปกป้อง
ก็ไม่มีทางยอมให้อยู่เฉียดใกล้ดินแดนหรอก
「ถ้าให้พูดจากใจก็อยากดึงมาเป็นพวกให้ได้ล่ะนะ
ก็งานโยธาเป็นของถนัดของมดนี่นา จำนวนเองก็มีเยอะพอคาดหวังเป็นกำลังรบได้
หากวางแผนจะสร้างเส้นทางหลักต่อจากนี้ก็ถือเป็นกำลังสำคัญจริงมั้ย」
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่ชั้นบอก
「ถ้างั้นนโยบายเกี่ยวกับเผ่าแอนเทอร์ก็เอาตามนั้นแล้วกัน
เกี่ยวกับเผ่าอื่นๆ รบกวนคุณคุสุฮะด้วยค่ะ?」
「อื้ม งั้นขออธิบายคร่าวๆล่ะนะ」
แล้วคุสุฮะก็เล่าถึงเผ่าอื่นๆอีกสี่เผ่าที่ติดต่อกับอัลเคเนีย
ลำดับแรกสุดเลยคือเผ่าภูต
ขนาดแตกต่างกันไปแต่โดยมากจะใหญ่ประมาณฝ่ามือ
ต่อให้ใหญ่ที่สุดก็ประมาณเด็กมนุษย์ รูปลักษณ์เกือบทั้งหมดเป็นเด็กหนุ่มสาว
รูปร่างต่างกันไปตามตัวบุคคลโดยมีปีกแมลงโปร่งใสอยู่กลางหลังบินไปมาตามใจชอบ
ทั้งหมดมีนิสัยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ชอบร้องเพลงเต้นรำ
แม้พลังต่อสู้จะต่ำแต่หลบซ่อนเก่ง อาศัยอยู่ตรงทุ่งดอกไม้ไม่ก็ยอดไม้ในทะเลป่า
นานๆครั้งจะมาติดใยแมงมุมที่อัลเคเนียกางไว้ล่าสัตว์
ลำดับสองคือชาวแม่น้ำ
ชาวแม่น้ำเป็นชื่อที่เรียกโดยรวมซึ่งแท้จริงก็มีเผ่าลิซาร์ดแมนที่เป็นจิ้งเหลน
เผ่าอัลลิเกตันที่เป็นจระเข้ เอลฟ์น้ำผิวแทน ซาฮากินที่มีจงอยเหลืองและจานขาวบนหัว
กิลแมนที่เป็นมนุษย์ปลามีเกล็ด นางเงือกที่ท่อนบนเป็นมนุษย์ท่อนล่างเป็นปลา
รวมถึงเผ่าอื่นๆที่อาศัยอยู่ในน้ำและครึ่งบกครึ่งน้ำ พวกเขาเรียกรวมกันว่าชาวแม่น้ำ
พื้นที่เป้าหมายในการบุกเบิกครั้งนี้ตั้งอยู่ใจกลางทะเลป่าเยื้องไปทางตะวันออก
โดยทางทิศเหนือมีภูเขาเล็กๆอยู่ซึ่งมีแม่น้ำไหลจากที่นั่นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ต้นน้ำที่ว่าไหลเป็นรูปร่างแหกินพื้นที่กว้างอยู่พอสมควร
พวกเขาที่เป็นชาวน้ำตั้งรกรากอยู่ตามลุ่มแม่น้ำนั้นตั้งไม่รู้เท่าไร
ก็ว่าจะไม่ขัดแล้วแต่ซาฮากินที่ว่ามันกัปปะไม่ใช่เรอะ?
ลำดับสามคือเผ่ายักษ์
เผ่ายักษ์เป็นชื่อเรียกรวมทั้งยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก
อิมเมจของยักษ์ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากโลกเดิมมาก
ด้านกายภาพเป็นเผ่าที่มีพลังสูงมากต่อให้เป็นยักษ์เล็กมนุษย์ก็เทียบไม่ติด
ในขณะเดียวกันอัจฉริยะที่ใช้เวทได้แทบจะไม่มี
แต่นานๆครั้งก็มียักษ์ที่เกิดมามีพลังคล้ายๆพลังเวทอยู่
ยักษ์ที่ว่าส่วนมากจะได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
ด้วยพลังทางกายภาพที่แข็งแกร่งพวกเขาจึงเป็นเผ่าพันธุ์ที่รุ่งเรืองที่สุดในทะเลป่า
เพราะคุสุฮะเข้ากันไม่ได้กับหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบันพักหลังจึงไม่ได้ติดต่อกัน
อันดับที่สี่สุดท้าย คุสุฮะเรียกเผ่าผู้ดูแล
เป็นเผ่าที่ผิวเป็นโลหะคล้ายหินสีขาว ตัวกลมๆมีตาเดียวส่องแสงสีแดง
หากจำเป็นตัวที่กลมนั้นสามารถงอกแขนขาออกมาได้
ปกติจะเคลื่อนที่เอื่อยเฉื่อยไม่รีบร้อน
แต่หากฉุกเฉินจะเปิดหลุมตามร่างกายขึ้นมาพ่นไฟทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วมาก
「เหมือนหุ่นยนต์จังแฮะ」
「หุ่นยนต์?」
「อา ว่าง่ายๆคือตุ๊กตากลไกที่เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับสูงน่ะ
แต่มีความคิดของตัวเองแบบนั้นควรเรียกว่าแอนดรอย์มากกว่ามั้ง」
「แล้วสองอย่างนี้ต่างกันยังไงล่ะ?」
「มันเป็นคำถามทางปรัชญาล่ะนะ
พูดไปมันก็ยาวเย็นนี้หรือพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังบนเตียงแล้วกัน」
「อะ!?หา!?」
ยิ้มกริ่มมองคุสุฮะที่หน้าแดงลนลาน
ผู้ดูแลดูเหมือนจะอาศัยอยู่ที่ซากโบราณสถานทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลป่า
ขณะที่หัวแข็งปฏิเสธการบุกรุกเข้าไปภายในแต่ก็หิวกระหายเรื่องบันเทิง
หากเป็นผู้มาเยือนที่ไม่คิดจะบุกรุกเข้าไปในโบราณสถานก็จะต้อนรับดูแลเป็นอย่างดี
「ค คค คืนนี้.......จริงเหรอ?」
「อื้ม เรื่องนั้นค่อยๆคุยกันทีหลังดีกว่าเนอะ?」
ตอบไปตามเรื่องให้คุสุฮะที่หน้าแดงจนไอน้ำลอยขึ้นจากหัวพลางพึมพำอะไรสักอย่าง
ก็รอบข้างจ้องด้วยสายตากึ่งๆอบอุ่นกันอยู่นี่นา
ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้กล้าคนนี้จะมองไม่ออกว่าอ่อนประสบการณ์ถึงขนาดนี้
「อื้ม...........」

พูดแล้วคุสุฮะก็หน้าแดงเงียบไปเลย
พยายามปิดตาสูดลมหายใจซ้ำไปซ้ำมาเพื่อสงบใจลงด้วย
「มุ..........เอาเป็นว่าก็ตามที่พูดกันไป ก่อนอื่นไปติดต่อชาวน้ำกับเผ่าภูตให้เร็วที่สุด
ส่วนเผ่ายักษ์กับผู้ดูแลซากโบราณสถานเก็บไว้ทีหลัง ตามที่เล่ามาผู้ดูแลก็ไม่ได้ออก
จากซากโบราณสถานไปที่ไหนเป็นพิเศษด้วย ขอแค่ดูแลท่าทีของหมู่บ้านได้ก็พอค่ะ」
มาลมองการพูดคุยของชั้นกับคุสุฮะแบบไม่สบอารมส์
แหมแหม คุณมาลตัวเองสนับสนุนแล้วมาอิจฉานี่...........มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
ถ้าลองจุดยืนกลับกันบ้างคงยอมให้ไม่ได้หรอก แต่อิจฉากันแบบนี้ก็ดีใจจัง
หรือว่านี่จะเป็นแผนของมาลที่ป้องกันไม่ให้ชีวิตคู่จืดชืดโดยให้มีคู่แข่งขึ้นมา
「เกี่ยวกับอาหารนั้นเป้าหมายคือให้มีกำลังผลิตเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้
แต่คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพึ่งคุณไทจิซึ่งเป็นผู้ปกครองไปสักพัก
แน่นอนว่าจะมีการออกค้นหาเก็บของล่าสัตว์ในบริเวณโดยรอบ
เมื่อเริ่มเปิดเส้นทางการค้าวัตถุดิบหรือผลผลิตที่ได้จากทะเลป่าคาเรนเดลกับมิสโครเนีย
มีการรับซื้ออยู่แล้ว ก่อนอื่นก็ประมาณนี้หากมีคำถามก็เชิญได้เลยค่ะ!」
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น