ตอนที่ 48 ~เตรียมใจกับอะไรหลายๆอย่าง~

 『จัดการนั่นได้ด้วย ผู้กล้านี่เป็นตัวตนที่เหลือเชื่อจัง』

「ชั้นมันเกินมาตรฐานนิดหน่อยน่ะ เอ้า」
『ขอบคุณเจ้าค่ะ』

พอรินน้ำผสมน้ำผึ้งใส่แก้วไม้ยื่นให้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็กล่าวขอบคุณแบบเขินอาย
ใช้หนวดสัมผัสน้ำผสมน้ำผึ้งแป๊ปนึงแล้วจึงค่อยเทเข้าปาก
แล้วก็เสียงที่ว่านั้นดังตรงเข้ามาในหัวแบบเดียวกับเทพไม่ได้เรื่องนั่น
จะเรียกว่าโทรจิตคุยกันก็ได้

『ดูเหมือนจะไม่ใช่น้ำผึ้งจากKilling Waspนะเจ้าคะ รู้สึกหวานมากเลย』
「น้ำผึ้งจากGiant hornetน่ะ แล้วเนื้อเป็นไงบ้าง?」
『เป็นเนื้อคุณภาพเยี่ยม ไม่มีอะไรไม่พอใจเลยเจ้าค่ะ 』

ตอนนี้ที่อยู่ตรงหน้าชั้นคือมดตัวเท่าคนที่มีเสียงแหลมสูงเหมือนสาวน้อย
มือนึงถือแก้วไม้ใส่น้ำผึ้ง อีกมือถือเนื้อมังกรดิบเคี้ยวงั่มๆอยู่
เซอเรียวอะไรแบบนี้ ภาพลักษณ์ไม่เข้ากับเสียงอย่างรุนแรง

「แม้จะเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่ฆ่าพวกพ้องไปหลายคน」
『ถ้าเป็นการโจมตีที่เจาะจงด้วยเจตนาร้ายอย่างชัดเจนก็อีกเรื่อง
แต่หากไม่ตั้งใจเช่นนั้นแค่ชดใช้ให้เพียงพอกับความเสียหายก็พอเจ้าค่ะ
เพราะถึงพวกเราจะตายกันไปหลายสิบคนพวกเราทั้งหมดก็ใช่ว่าจะล่มสลาย』

ใช่ ดันทำพลาดไปซะได้
ตอนที่ตั้งสมาธิกับการปรับหน้าดินก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะมีพวกมด-------แอนเทอร์
หลายสิบตนที่แอบมาสังเกตุการณ์โดนลูกหลงไปด้วย
ก็แหม ใครมันจะไปรู้ล่ะว่ามีพวกนี้อยู่ในดินด้วย
ข้อเรียกร้องของพวกเธอต่อการกระทำของชั้นคือให้เอาอาหารมาชดใช้
ให้พอกับ『ส่วนที่สูญเสีย』เท่าที่จะทำได้ หรือก็คือให้มอบเนื้อไปให้นั่นเอง
โชคดีที่ในช่องเก็บของมีเนื้อมังกรที่จัดการตอนการพรั่งพรูครั้งใหญ่
กับเนื้อไฮดร้าที่จัดการก่อนหน้านี้อยู่เลยยกพวกนี้ไปให้

「ว่าแต่กรณีที่ไม่สามารถมอบให้ในปริมาณที่เพียงพอได้คิดจะทำยังไงกันเหรอ」
『จะรีดอะไรหลายๆอย่างให้แห้งจนกว่าจะชดใช้ส่วนที่เสียหายหมดเจ้าค่ะ』
「สยองโคตร!」

จะรีดอะไรฟะนั่น กลัวว่าจะไม่ได้มีหมายความไปทางอย่างว่าแหงๆ
สั่นเลยวุ้ย ที่ว่ามาคือพวกเลือดอะไรแบบนี้รึเปล่านะ

「ยังไงก็ตามแต่แค่ให้เนื้อก็จบแล้วชีวิตด้อยค่าจังนะ」
『ตรงจุดนั้นเป็นความแตกต่างของโครงสร้างระหว่างพวกเรากับคุณเจ้าค่ะ』

ฟังจากที่หล่อน(?)เล่ามาเผ่าแอนเทอร์เป็นเผ่าที่มีแนวคิดแบบ『ปัจเจก』ต่ำมาก
ให้ความรู้สึกไปทางฟันเฟืองเครื่องจักรมากกว่าสิ่งมีชีวิต
ซึ่งหล่อนเองก็ไม่เคยใช้『คำแทนตัว』ว่า『ฉัน』แต่เป็นคำว่า『พวกเรา』แทน
ออกแนวแบบ『โคลนตัวถัดไปที่มาจะเก่งกว่านี้อีก』อะไรทำนองนี้

『ที่จริงการที่จัดการสิ่งนั้นให้ต้องขอขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะ
สิ่งนั้นถือเป็นมหันตภัยอย่างแท้จริง ทำให้พื้นดินเต็มไปด้วยมลภาวะ
เนื้อที่ไปแตะต้องถูกแทรกซึมกลืนกินนอกจากนั้นยังครอบงำจิตใจด้วยเจ้าค่ะ』
「น่ากลัวจังวุ้ย นี่มันไม่ใช่ระดับที่บอกว่าให้ไปเล่นระยางค์แล้ว」

ยังดีที่ค่าพลังของชั้นมันสูงเลยพอจัดการได้แต่สักวันต้องขออัดเทพไม่ได้เรื่องนั่นหน่อยล่ะ
ไว้เรื่องสงบแล้วไปหาวิธีซัดเทพเลยดีกว่า เอาจริงแน่

『ตอนที่ได้พบกันครั้งแรกก็อันตรายสำหรับพวกเราน่าดู
เพราะการครอบงำจิตใจทำให้ต้องตัดใจกำจัดพวกเราไปถึง3ส่วนเลยเจ้าค่ะ』
「สามส่วนนี่สุดยอดไปเลยนะ..........แล้วทำไมพวกเธอถึงมาอยู่
ตรงจุดที่เจ้าพวกนั้นอยู่กันล่ะ? ศัตรูที่อันตรายควรหนีให้ห่างถึงจะถูกสิจริงมั้ย?」
『เพราะอันตรายถึงได้ต้องคอยจับตาดูไว้ต่างหากเจ้าค่ะ
เพื่อคอยหาวิธีรับมือเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากัน』

หมดอารมส์จะพูดสอดกับความเห็นของชีวิตที่เบาบางเหลือเกิน
ไอ้วิธีที่ใช้『หาวิธีรับมือ』ก็พอจะเดาๆได้จากเนื้อหาของการพูดคุยที่ผ่านมา
ระหว่างที่คุยกันก็มีมดสาวพิมพ์เดียวกันออกมาจากรูเรื่อยๆ
ไม่สิ แทนที่จะว่าพิมพ์เดียวกันควรเป็นแยกไม่ออกมากกว่า

『จะทำการขนเนื้อเพราะงั้นช่วยเอาออกมาให้ทีเจ้าค่ะ』
「ได้เลย ว่าแต่วางเนื้อดิบบนพื้นโดยตรงมันไม่ค่อยเหมาะนะ」
『『『『ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ เชิญเชิญ』』』』
「หนวกหู!?」

เสียงจำนวนมากดังก้องในหัวจนหน้ามุ่ยไปเอง
เสียงหญิงสาวบอบบางที่ต่างกันดังก้องพร้อมกันจนคล้ายกับการขับร้องประสานเสียง

『『『『เย้! ได้เนื้อสดมาแล้ว!』』』』

ชูเนื้อขึ้นกระโดนโลดเต้นกัน วุ่นวายกันแบบสุดๆไปเลย
ลองจินตนาการดู ภาพที่มดตัวเท่าคนแบกเนื้อส่วนหางมังกรแบบในการ์ตูน
ขึ้นของเหมือนอย่างแท่นมิโคชิแล้วหามวัชเช่ยวัชเช่ยน่ะ
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเสียงสาวน้อยทั้งหมด เป็นภาพที่เซอร์เรียวจนเกินบรรยายเลยว่ามะ

「อา ถ้าพอใจก็ดีแล้วล่ะ แล้วก็ชั้นมีแผนจะตั้งหมู่บ้านหรือเมืองหรือประเทศที่ตรงนี้
เพื่อการลดอุบัติเหตุที่จะเกิดต่อกันคิดว่าควรตั้งกฏกันหน่อยเห็นว่าไงบ้าง?」
『รอสักครู่นะเจ้าคะ』

สาวผมขยับหนวดสัมผัสสีดำไปมา พอมองอย่างนี้ก็ดูน่ารักอย่างประหลาด
แน่นอนว่าในทางความหมายของสัตว์เลี้ยงอ่ะนะ
แม้สไตล์โซนชั้นกว้างแค่ไหนมดที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของมนุษย์ยังไงก็หื่นไม่ลง
ถ้าเป็นสาวสวยที่แค่มีหนวดแมลงยังพอว่า หรืออย่างน้อยระดับอัลเคเนียก็ยังดี
แต่ก็นะ ภรรยามีพอแล้วยังไงก็ไม่เอาเพิ่มหรอก
หมีเอาไว้ก่อนแต่แค่ภรรยาสาวสวยสาวน้อยที่มีก็ไม่อยากได้เพิ่มอีกแล้ว
ว่าแต่พอคิดถึงอนาคตอย่างจริงจังมันก็เกินกว่าที่จะรับได้ไปนานแล้วเนี่ย
อ้ะ ต้องสร้างดาบสั้นมิธริลให้ทุกคนด้วยสิ

『รับทราบเจ้าค่ะ หากส่งเสียงเรียกทางรูนี้พวกเราคนใดคนหนึ่งจะออกมาพบเจ้าค่ะ』
「เข้าใจล่ะ แล้วก็ขอบเขตที่จะทำการปรับพื้นที่คือภายในเขตแดนต้านปีศาจนี้
ตราบเท่าที่ไม่เข้าใกล้มากจนเกินไปก็น่าจะไปเป็นไร」
『รับทราบเจ้าค่ะ ถ้างั้นขอตัวไปทดลองชิมเนื้อก่อนนะเจ้าคะ』
「โอ้ พรุ่งนี้ไม่ก็อย่างช้าวันมะรืนจะมาใหม่」

ชั้นตะโกนบอกมดสาวพลางใช้วาร์ประยะไกลกลับคฤหาสน์ที่เมืองหลวงอัลเฟน
อยู่ๆก็รู้สึกเหนื่อยยังไงไม่รู้แฮะ

☆★☆

「โอ๊ส กลับมาแล้ว」
「อ้ะ ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณไทจิ!」
「ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ยินดีที่ปลอดภัยกลับมา」

พอส่งชุดเกราะเข้าช่องเก็บของโดยตรงพลางเปิดประตูคฤหาสน์
ก็เจอพวกมาลอยู่ตรงโถงหน้าบ้านกำลังจะขึ้นบันไดไปชั้นสองพอดี
มาลเคลื่อนที่อย่างพริ้วไหวลงบันไดพุ่งมากอดชั้นทั้งอย่างนั้น

「ดีจังที่ปลอดภัย มีบาดแผลตรงไหนรึเปล่าคะ?」
「ไม่มีสักแผลตามที่เห็น ถึงจะเป็นตัวที่อันตรายนิดหน่อยก็เถอะ」

พอนึกถึงร่างก้อนเนื้อที่ไม่เหลือสติก็ชวนให้รู้สึกหดหู่ชะมัด
แต่ได้เยียวยาด้วยไออุ่นและความนุ่มนิ่มจากการกอดของมาล
พอทำอย่างนั้นฟลามกับเทน่าก็เดินมาที่ด้านข้าง

「ดีจังค่ะที่ปลอดภัย」

เทน่าบอกกล่าวพลางกอดชั้นเหมือนมาลเงียบๆ
ฟลามนั้นเพียงแค่มาเคียงข้างโดยไม่พูดอะไร
กลับบ้านมาก็มีสาวสวยสาวงามสามคนห้อมล้อมนี่ชั้นเองก็ไม่เบาเหมือนกันแฮะ
พวกเพียบพร้อมเต็มพิกัดเป็นแบบนี้สินะ ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรก็ทำได้
ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้ว!ไม่สิ อย่าชักธงขึ้นมาจะดีกว่า
ก็ไม่ได้อยากหักธงที่อุตส่าห์ชักขึ้นมาหรอกแต่คุณธงตายน่ะดูถูกไม่ได้หรอก

「เริ่มต้นและจบได้ด้วยดี พื้นที่ๆไปเอามาก็กว้างมากทีเดียว
ถึงจะเป็นแบบง่ายๆแต่ก็กางเขตแดนต้านปีศาจไว้แล้ว การชำระล้างพื้นที่เองก็ทำเรียบร้อย
แล้วก็เจอเผ่าที่มีสติปัญญาที่ตรงนั้นด้วยล่ะ  เป็นเผ่ามดตัวใหญ่มากชื่อเผ่าแอนเทอร์」
「เหนื่อยหน่อยนะคะ ว่าแต่มดยักษ์เหรอ
ตามที่คุยกันตรงแถบนั้นไม่น่าจะมีเผ่าที่มีสติปัญญาอยู่นี่นา?」
「ดูเหมือนว่าอาศัยอยู่ใต้ดินน่ะ เพราะแบบนั้นมั้งเลยไม่เจอ?
อีกอย่างทะเลป่ามีมอนเตอร์อันตรายตั้งเยอะ
ต่อให้เผ่าอัลเคเนียเก่งกาจแค่ไหนก็คงรวบรวมข้อมูลได้ไม่หมดหรอก」

ในความเป็นจริงการที่ร่อนเร่ในทะเลป่าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเพื่อเก็บข้อมูล
มันไม่ต่างกับการทรมารตัวเองเลย
ชั้นที่บินบนฟ้าได้ยังพอว่าให้เดินเท้านี่ระดับขอผ่านล่ะ
ทว่าตอนที่บินเหนือทะเลป่าเมื่อก่อนหน้านี้ก็เห็นของเหมือนซากโบราณสถานตั้งเยอะ
สักวันถ้ามีเวลาก็ควรจะไปสำรวจดูหน่อย ทั้งยังอยากค้นหาติดต่อกับเผ่าที่มีสติปัญญาด้วย
อา เรื่องที่อยากทำมีไม่จบไม่สิ้นเลยแฮะ

「คุณคะ พรุ่งนี้หยุดพักสักหน่อยดีมั้ย?  มีอะไรเหรอคะ?」
「เปล่าคือคุณคะนี่............」
「ก็พวกเราเป็นสามีภรรยากันเลยคิดว่าควรเรียกแบบนี้.........ไม่ชอบเหรอคะ?」

เทน่ายิ้มสดใสพูดมาพลางเอียงคอ
จะว่ายังไงดีล่ะ อะไรกัน มันอะไรกัน.....พลังทำลายนี่
จู่โจมกะทันหันแบบนี้ขี้โกงอ่ะ นี่ใจเต้นไม่หยุดแล้วเนี่ย

「เทน่า.................ช่างเป็นเด็กที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้!」
「อื้ม อย่างนี้นี่เอง」

มาลตาขาวหน้าซีดกับการกระทำของเทน่า
ห่างจากตรงนั้นไปหน่อยเป็นฟลามที่พยักหน้าด้วยความชื่นชม
ท่าจะต้องระวังการจู่โจมกะทันหันจากคุณฟลามซะแล้วสิ
ไม่สิ จะจู่โจมกะทันหันอะไรก็พร้อมรับเสมอ
ยังไงก็ตามแต่คุณคะ คุณคะงั้นเหรอ..........ในอกร้อนผ่าวจัง
อยากรีบสะสางอะไรต่างๆให้เสร็จแล้วมาสัมผัสชีวิตแต่งงานแสนหวานจัง
ไม่สิ เกิดมีภรรยาแปดคนคงไม่หวานไม่เปรี้ยวอะไรทั้งนั้นแหละ

「เปล่า ไม่ได้ไม่ชอบ ปิ๊งเลยต่างหาก」

พูดแล้วก็กอดเทน่าพลางจูบหน้าผาก สัมผัสที่กอดรู้สึกเลยว่าต่างจากมาล
แบบจะว่ารู้สึกบอบบางราวกับจะแตกหักเลยก็ว่าได้
ของมาลแม้จะนุ่มนิ่มแต่ก็มีแกนที่ละเอียดอ่อนอยู่ให้ความรู้สึกปลอดภัยสบายใจ

「เดี๋ยว!เดี๋ยวสิคุณไทจิ!ปล่อยฉันทิ้งไว้แบบนี้ได้ไงอ่ะ! 」
「อารู้แล้วรู้แล้ว มาลที่หนึ่งเสมอน่า」

พอปล่อยเทน่าก็มากอดมาลที่น้ำตาปริ่มพลางจับหมุน
อา กอดมาแล้วรู้สึกสบายใจจริงๆ พอหยุดหมุนก็สูบลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วปล่อยออกมา
ไม่ใช่พวกคลั่งกลิ่นหรอกนะแต่กลิ่นของมาลที่ปนด้วยกลิ่นสมุนไพร
ที่สดชื่นนิดๆพอดมแล้วมันชวนให้ผ่อนคลาย
พอเพลินได้ที่แล้วปล่อยรู้ตัวอีกทีมาลที่น้ำตาปริ่มเมื่อกี้ก็ยิ้มแย้มอารมส์ดีมากมาย
อื้ม น่ารักจริงๆนั่นแหละ

「เอ้า ฟลามก็มาสิ!」
「เอ่อ.........ถ้างั้นขอทำตามที่บอก」

พอเดินไปหาฟลามที่ยืนอยู่ห่างไปหน่อยแล้วกางแขนสองข้างพลางพูด
มีท่าทางลังเลนิดหน่อยแล้วโผเข้ามากอด
พอกอดจากด้านหน้าตรงๆหน้าอกอันอุดมสมบูรณ์ของฟลามบี้เข้ามา
จนรู้สึกได้ถึงความสุขที่แท้จริง
ส่วนสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้ใบหน้าชิดใกล้กันนี่ก็ดี
พอจ้องไปยังดวงตาดำราวกับหินออบซิเดียนบนใบหน้าอันงดงาม
ก็เผลอตัวชิดใกล้เข้าหาใบหน้านั้นแล้วริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของฟลามประกบเข้ากับชั้น

「「อ๋า-----!?」」

ดูเหมือนว่ามาลกับเทน่าที่อยู่ข้างๆจะโวยวายกัน
ฟลามที่ถูกประกบริมฝีปากแนบแน่นอยู่นานก็ผละใบหน้าออก
หน้าที่แดงระเรื่อนั้นเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็น

☆★☆

และแล้วสงครามก็อุบัติขึ้น
ระหว่างคาเรนเดลที่ภาคภูมิในความอุดมสมบูรณ์
กับมิสโครเนียซึ่งมีสายเลือดผู้กล้าทั้งยังมั่นใจในเทคนิคและพลังเวท
แม้คาเรนเดลจะภาคภูมิในความอุดมสมบูรณ์แต่ด้วยจำนวนที่ต่างกันถึงสองเท่า
และด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค พลังเวทและประสบการณ์
ทำให้มิสโครเนียไม่ด้อยไปกว่ากัน
ทว่าการแทรกแซงของผู้กล้าทำให้สถานการณ์การรบพลิกผัน
ด้วยการจู่โจมโดยไม่ให้ทันตั้งตัวจากด้านหลังของผู้กล้า
กองทัพลำดับสองของมิสโครเนียจึงพ่ายแพ้ทำให้กองทัพลำดับหนึ่งของมิสโครเนีย
ถูกโจมตีกระหนาบข้างระหว่างกองทัพคาเรนเดลและผู้กล้า
แม้กองทัพลำดับหนึ่งของมิสโครเนียที่ไม่มีกำลังสนับสนุนจะตอบโต้ไม่ลดละ
ก็ยังต้องลิ้มรสความพ่ายแพ้เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอันเหลือล้นของผู้กล้า
และกองทัพของคาเรนเดลที่มั่นใจในปริมาณที่อุดมสมบูรณ์

「อื้ออออ!ก กานแพ้แบบนี้ ม่ายยอมร้าบหรอก.........!」
「ยอมแพ้ได้แล้วน่ามาล เอ้าคุณฟลาม เผด็จศึกไปเลย」
「ขอโทษนะคะ?」
「อ๊าาาาาา!?ม ม่ายนะ! ตรงนั้นมัน.............!?」

พอกรีดร้องแบบเสียงไม่ออกมาพลางสั่นระริก
มาลก็หมดแรงร่วงไปด้วยใบหน้าสำราญ สีหน้าเละเทะนี่ดีไปอีกแบบแฮะ
 
「อื้ม งั้นต่อไปก็ตาฟลามล่ะนะ」
「เอ๋?」
「โทษทีที่หลอกแต่ก็เพื่อสร้างสถานการณ์ที่อยู่กันแค่สอง............แบบนี้ไง!」
「อาเร้ อุฟุฟุ」

ว่าแล้วก็โดดเข้าใส่อกใหญ่ๆของฟลามที่ยิ้มแย้มอ้าแขนรับพลางสวบบทตามบรรยากาศ
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล

☆★☆

「ท่านเจ้าบ้านสีหน้าดูไม่ดีเลยเป็นอะไรรึเปล่าคะ? จะให้นวดมั้ยคะ?」
「อื้ม ไม่เป็นไรหรอก ถึงไม่เป็นไรแต่ไว้ฝากด้วยนะ โดยเฉพาะตรงเอวนี่แหละ」
「ค่า」

เมดสาวน้อยเมเบลตอบด้วยเสียงร่าเริงยินดีพลางจัดอาหารเช้ามาไว้ตรงหน้าชั้น
หลังจากตอนนั้นพอใช้เวลาอย่างเนิบนาบราบลื่นไปกับฟลามแล้วหลับไป
ชั้นก็โดนกองทัพมิสโครเนียที่ฟื้นกลับขึ้นมาจู่โจมแต่เช้า
ผลนี่เรียกได้ว่าแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ การแก้แค้นนี่มันโหดร้ายชะมัด
ยิ่งกว่านั้นช่วงครึ่งหลังฟลามตื่นขึ้นมาก็มาร่วมวงกับกองทัพมิสโครเนียด้วย
ไหนจะยังเอายาน่าสงสัยมากรอกใส่เพื่อรีดให้แห้งอีก
ว่าแต่ทำไมยาของมาลถึงเจาะทะลุต้านพิษของชั้นได้ทุกทีกันนะ
อย่างกับรู้สึกว่ามีมือที่มองไม่เห็นของเทพมาช่วยแก้ให้ดูเป็นมุขตลกแทนเลย
อ้ะ ชักสังหรณ์ใจไม่ดีซะแล้วสิ จะออกมามั้ยหว่า ไม่ออกมานะ? เยี่ยม

「คุณไทจิ วันนี้จะทำอะไรคะ?」

มาลที่ผิวมันวาวอย่างประหลาดยิ้มแย้มถามชั้น
แล้วก็ไม่ใช่แค่มาลเท่านั้นเทน่ากับฟลามเองก็ผิวมันวาวเช่นกัน
ที่แห้งเหี่ยวมีแค่ช้้นคนเดียว ทำไมกันนะ

「ช่วงเช้าทำงานตีเหล็กน่ะ ส่วนช่วงบ่ายจะพาคนที่หมู่บ้านไปดูสถานที่จริง」
「เข้าใจแล้วค่ะ งั้นไว้พาพวกฉันไปสำรวจเผ่าแอนเทอร์ที่ว่าด้วยนะคะ」
「เข้าใจแล้ว อ้ะ ไหนๆแล้วช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย?
เมื่อวานได้โล่ที่สลักตราประจำตระกูลของอาณาจักรคาเรนเดลจากพวกสเกลตันมา
ฝากเอาไปส่งคืนให้ซอนดาร์กที่วังทีสิ」

หยิบโล่ที่สลักตราประจำตระกูลของอาณาจักรคาเรนเดลจากช่องเก็บของให้มาลดู
พอมาลรับไปก็พลิกไปมาตรวจสอบรายละเอียดของโล่นั้น

「เข้าใจแล้วค่ะ จะไปส่งให้เอง!」
「อา ฝากด้วยนะ」

และแล้วหลังจากประชุมตอนเช้าเสร็จชั้นก็ไปส่งพวกมาลที่ออกไปข้างนอก
แล้วจึงมุ่งไปยังห้องปฏิบัติงานตีเหล็ก........แต่ไปให้เมเบลเหยียบ เอ้ย นวดก่อนดีกว่า

「ตรงนี้รึเปล่าคะ? อย่างนี้รู้สึกดีสินะคะ?」
「ต ตรงนั้น ตรงนั้นแหละ อ๊าาาาาาา..............」
「อุฟุฟุ คงรู้สึกดีล่ะสิท่านเจ้าบ้านผู้กล้า
ถูกเมดผู้ต่ำต้อยอย่างฉันเหยียบแล้วรู้สึกดีสินะ?」
「อาโดนขาเล็กๆของเมดเหยียบนี่มันรู้สึกดีสุดยอดดดดดด................」
「...........ท่านเจ้าบ้าน ช่วยกรุณาอย่าสอนเรื่องแปลกๆให้หลานสาวจะได้มั้ยครับ」

อย่างว่าแหละคุณแจ็คคงไม่ยอมปล่อยผ่านโดยไม่พูดอะไรอยู่แล้ว
เลยพูดเตือนชั้นกับเมเบลที่หยอกกันด้วน้ำเสียงหนักใจ

「แค่เล่นกันจริงจังหน่อยเดียวเอง」
「ใช่แล้วค่ะท่านลุง」
「ช่วยให้มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยเถอะ」

คุณแจ็คเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพลางอุ้มเมเบลขึ้นแล้วโยนไปที่โซฟาเบาๆ
จากนั้นก็ย่อตัวลงมาข้างๆชั้นที่นอนเอกเขนกอยู่บนพรม

「ที่เรียกว่าการนวดมันต้องทำแบบนี้ แค่เหยียบน่ะมันเป็นการเล่นแบบเด็กๆ」

มือนึงของคุณแจ็คสอดเข้ามาที่ใต้ต้นขาชั้น อีกมือกดไว้ที่สะโพก
จากนั้นก็เริ่มรวบรวมพลัง

「เอ๋ อะไรน่ะ」
「ผ่อนคลายแล้วปล่อยตัวตามสบายเอาไว้นะครับ ฮึบ」

กร็อบ

「อ๊ากกกกก----!?」

โดนแรงช็อกที่คาดไม่ถึงจนหลุดเสียงออกมา

「นี่แหละคือการนวดที่แท้จริง............」

เมเบลตาเป็นประกายมองคุณแจ็คด้วยสายตายกย่อง
เฮ้ อย่านะ นี่ตั้งใจจะจำจริงๆเหรอ

「วิชานวดของผมมีอยู่108กระบวนท่า ช่วยอดทนหน่อยนะครับ」
「ด เดี๋ยวก่อน!แอ้ก!?」

☆★☆

「ม ไม่ไหวแล้ว..........」

ทั้งที่น่าจะเป็นอะไรที่ผ่อนคลายกลับเจอเรื่องสุดโหดแทน
เป็นสัมผัสที่เรียกว่าต้องอ้อนวอนขอให้เบามือลงหน่อยเถอะ
จะหยุดพรุ่งนี้ต่อก็มีหวังโดนเทน่าที่ขยันขันแข็งแต่เช้าดูถูกแหง
แต่ก็สมกับเป็นสายเลือของคุณอิลและน้องสาวของมาลล่ะนะ
เอาฟะ เรื่องนั้นช่างมันก่อนได้เวลาเริ่มงานตีเหล็กที่ไม่ได้ทำมานานสักที
เพราะมีว่าที่ภรรยาเพิ่มขึ้นพรวดเดียวตั้งเยอะเลยว่าจะมาตีดาบสั้นมิธริลเอาไว้
ก่อนที่เทน่ามามีกันอยู่แค่มาลกับฟลามเลยปล่อยทิ้งเอาไว้
ทว่าต่อจากเทน่าแล้วยังมีมาอีกเรื่อยๆชั้นเลยต้องแสดงท่าทีที่เหมาะสมให้เห็น
วัตถุดิบก็มีอยู่แล้วตรงนี้ทำเป็นมิธริลธรรมดาๆแล้วกัน
จะหลอมเป็นเงินเทพก็ได้อยู่แต่ของที่สร้างให้มาลเป็นมิธริลเพราะงั้นต้องให้เท่าเทียมกัน
มิธริลเวลาผ่านไปไม่ค่อยสึกกร่อนขึ้นสนิมแถมนานวันยิ่งจะทนทานสวยงามขึ้นด้วย
ก็อย่างที่รู้กันด้านความแข็งสู้เหล็กดำไม่ได้ ด้านการขยายพลังเวทสู้คริสตัลไม่ได้
แถมประสิทธิภาพโดยรวมแล้วโอริฮารูก้อนยังเหนือกว่า
แต่ถ้าพูดในทางกลับกันมิธริลนั้นแปรรูปได้ง่ายกว่าโอริฮารูก้อน
งดงามกว่าเหล็กดำทั้งยังแข็งแรงกว่าคริสตัล
ถือเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดในด้านการนำไปใช้งานและการประดับตกแต่ง

「เอาล่ะ จะทำเป็นแบบไหนดีนะ」

ชั้นที่เตรียมแท่งมิธริลเสร็จก็ใช้แท่นพิมพ์ร่างดีไซน์แล้วก็ลบ
ร่างแล้วก็ลบทำซ้ำๆไปเพื่อจดจำภาพดีไซน์ดาบสั้นของแต่ละคนได้
สำหรับโลกนี้ที่เรียกว่ากระดาษจะเป็นปาปิรุสไม่ก็กระดาษหนังแกะสองประเภทนี้
ไม่ว่าจะอันไหนก็เขียนแล้วลบลำบาก ยิ่งทำงานทีละเยอะๆก็ยิ่งเหนื่อยน่าดู
กรณีที่ทดลองร่างแบบซ้ำไปซ้ำมาใช้วาดลงบนแท่นทำจากปูนบาสเตอร์จะสะดวกกว่า

「ของฟลามก็---- อืม-----」

ฟลามมีทักษะการต่อสู้อาจมีโอกาสได้ใช้ดาบพรหมจรรย์ก็เป็นได้
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรให้ความสำคัญกับการเอาไปใช้งานจริงได้เหมือนมาล
พูดถึงรูปแบบด้วยนิสัยที่ชอบเกรงใจเอาแบบไม่ให้เตะตามากแล้วกัน
แต่จะให้เรียบเกินไปมันก็ไม่ดีเพราะดาบพรหมจรรย์เรียกอีกอย่างคือแหวนหมั้น
ต้องเป็นของที่มองแว่บเดียวก็รู้เลยถึงจะเหมาะสม

「อื้ม เอาแบบนี้แหละ」

แล้วที่ได้ออกมาก็คือดาบสั้นสองคมแบบเรียบง่าย ปลายแหลม ตัวดาบหนา
เป็นประเภทที่เน้นการแทงมากกว่าฟัน สลักตราประทับเวทให้ด้วย
มีคุณสมบัติคือไม่หัก ไม่งอ ไม่บิ่น เลือดและไขมันไม่ทำให้ความคมทื่อ
ของชิ้นนี้ตีขึ้นจากการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้มาจากตีเหล็กLv5อย่างเต็มเปี่ยม
จึงสามารถดูดซับพลังเวทโดยรอบได้ด้วยตัวเองทำให้คงประสิทธิภาพได้เกือบตลอดกาล
จะว่าเป็นดาบเวทระดับสมบัติก็ว่าได้
แล้วจะให้ความคมได้ประสิทธิภาพมากที่สุดก็ต้องถ่วงน้ำหนักไปที่จุดหนึ่งของดาบ

「และแล้วก็ได้มีดทำครัวในอุดมคติ.............อย่าไปคิดให้มันมากเลยดีกว่า」

เชิญชมได้เลยครับ จะเป็นเนื้อแช่แข็งหรือรากผักชิ้นโตก็สบาย!
จะกระดูกหรือก้างปลาก็ไร้ปัญหา!ยิ่งกว่านั้นไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา
เพียงล้างน้ำก็สะอาดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที!
ในหัวชักเริ่มจินตนาการเสียงลุงในโฆษณาขายของขึ้นมาแล้วสิ
ไม่ไหว ไม่ดีแน่ เลิกคิดไปมากกว่านี้เถอะ
ใช้หนังมังกรที่ฟอกแล้วทำเป็นปลอกก็เรียบร้อย

ชื่อ : ดาบสั้นมิธริล
คุณภาพ : เหนือธรรมชาติ
คุณสมบัติพิเศษ : ไม่เสื่อมสลาย

พอใช้ตาประเมินดูก็ออกมาประมาณนี้ ยังไงก็ตามแต่ออกมาเป็นไม่เสื่อมสลายเลยแฮะ
เอาเถอะ ในฐานะผู้สร้างขอแค่แสดงประสิทธิภาพของตราประทับเวทที่สลักไป
แล้วประเมินออกมาได้ว่าไม่เสื่อมสลายก็เรียกว่าสำเร็จได้แล้วล่ะ
ถึงการตัดพลังงานเวททำให้ตราประทับเวทไม่ทำงานพอจะทำให้พังได้
แต่ถ้าใช้พลังทำลายกันตรงๆต่อให้เป็นชั้นก็คิดว่ายาก
แล้วก็ตราประทับเวทไม่เสื่อมสลายนี้ไม่สามารถสลักได้นอกจากของประเภทดาบ
ทั้งยังไม่สามารถสลักร่วมกับประสิทธิภาพอย่างอื่นได้
ใช้ร่วมกับอย่างอื่นไม่ได้ ทั้งยังใช้กับอย่างอื่นไม่ได้นอกจากของมีคม
ทำให้ตั้งใจไว้เลยว่าสักวันต้องก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปให้ได้
แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรเพราะงั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน
เอาล่ะ ทำชิ้นต่อไปเลยดีกว่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แปลไทย ไปต่างโลกกับสมาร์ทโฟน ภาค300ปีให้หลัง 1-42

แปลไทย ไปต่างโลกกับสมาร์ทโฟน ภาค300ปีให้หลัง 31-40

แปลไทย ไปต่างโลกกับสมาร์ทโฟน ภาค300ปีให้หลัง บทที่ 1 วิทยาลัยจักรกลสตรีบาบิโลน 1-30